บทที่ 6 ผู้ช่วยคนใหม่
จอมทัพมาที่ไร่จันทรัชด้วยความมุ่งมั่น อย่างไรวันนี้ก็ต้องเป็นคนงานของที่นี่ให้ได้ จากที่ก่อนหน้านี้ถูกปฏิเสธมาแล้วถึงสองครั้ง ทำให้เสียเวลาไปเกือบสัปดาห์
ครั้งแรกเจ้าของไร่ยังไม่กลับจากต่างประเทศ ด้วยช่วงนี้การรับคนงานเข้มงวดขึ้น จึงต้องผ่านการพิจารณาของคนเป็นนายก่อน ส่วนครั้งที่สองก็ด้วยเหตุผลเดิม คนเป็นนายยังไม่กลับจากต่างประเทศ เพิ่มเติมตำหนิรูปร่างที่เล็กไม่เหมาะกับการทำงานหนัก
จอมทัพถูกมองอย่างพิจารณาด้วยรูปลักษณ์ และผิวพรรณที่ผุดผ่องเกินกว่าจะเป็นผู้ชาย แต่เมื่อมีบัตรประชาชนมายืนยันความเป็นชาย ก็ทำให้ทุกคนคลายความคล่องใจไปได้
“น้า ไอ้หมอนี่มาอีกแล้ว” มาโนช ผู้ช่วยของศิราเอ่ยกับ กำปอ หัวหน้าคนงาน ขณะดูแลคนงานทำความสะอาดคอกวัว
“เอ็งมาทำไมอีก ก็บอกไปแล้วว่าไม่รับ” กำปอถามด้วยใบหน้าเอือมระอา
“นายศิรายังไม่กลับอีกเหรอครับ”
“กลับวันนี้ละ แต่ถึงนายจะกลับก็ไม่รับเอ็งหรอก ตัวเท่าเมี่ยง”
“รับผมเข้าทำงานเถอะนะครับ ผมทำงานได้ทุกอย่างเลย” จอมทัพขอร้องหัวหน้าคนงานให้รับตนเข้าทำงาน
“อ้อนแอ่นอย่างกับผู้หญิง จะไปทำอะไรไหว ไม่รับๆ” หัวหน้าคนงานยังคงสบประมาทชายหนุ่มตรงหน้าด้วยถ้อยคำเดิมๆ ด้วยมีลักษณะเอวบางร่างน้อย จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาทำงานในไร่ ในฟาร์ม ไม่รับเป็นคนงานของไร่จันทรัชท่าเดียว
“เห็นผมตัวเล็กๆ แบบนี้ แต่ผมแข็งแรงมากเลยนะครับ”
“ถ้างั้นลองไปยกถุงปุ๋ยนั่นมาวางตรงนี้” กำปอชี้ไปยังกองกระสอบที่บรรจุปุ๋ยคอก ทดสอบพละกำลังของจอมทัพ
“ถ้าผมยกไหว จะรับผมเข้าทำงานใช่ไหม”
“ยกให้ขึ้นก่อน” กำปอหันไปยกยิ้มพเยิดหน้ากับมาโนช มั่นใจว่าอย่างไรเสียเด็กหนุ่มตรงหน้าก็ไม่มีทางยกกระสอบปุ๋ยคอกที่หนักกว่าห้าสิบกิโลกรัมได้
“ได้ ผมจะยกให้ดู” จอมทัพแสดงความฮึกเหิมที่จะยกกระสอบปุ๋ยคอก
จอมทัพรวบรวมพละกำลังทั้งหมด ตั้งหลักอย่างมาดมั่น แม้จะเป็นชายหนุ่มร่างเล็ก แต่ก็สามารถยกกระสอบปุ๋ยคอกขึ้นมาได้ด้วยสองมือ
“ไอ้หมอนี่มันแน่ว่ะน้า” มาโนชพยักหน้าน้อยๆ ที่จอมทัพยกกระสอบปุ๋ยคอกขึ้นมาได้
“ถ้าเคยทำงานแบกหามต้องยกขึ้นบ่าแล้ว” กำปอพูดด้วยความมั่นใจ ท่วงท่าที่จอมทัพนำพากระสอบปุ๋ยคอก ไม่เหมือนกับคนที่ผ่านการทำงานแบกหามมาก่อน
“เออ ก็จริงของน้า”
แม้จะทุลักทุเลไปบ้าง แต่จอมทัพก็สามารถนำกระสอบปุ๋ยคอกมาวางตรงหน้ากำปอกับมาโนชได้
“ผมบอกแล้วว่าผมยกไหว ฮะ...เฮ้ย” จอมทัพมีอาการหอบเหนื่อย แต่ก็พยายามฝืนไม่แสดงออกมาให้เห็น ด้วยระยะทางกว่ายี่สิบเมตร ทำให้แข็งขาอ่อนแรงไม่น้อย เป็นผลให้เสียหลักหงายหลัง แต่ก็มีคนเข้ามารับไว้ได้ทัน
“นายศิรา” มาโนชกับกำปอเอ่ยเรียกเมื่อเห็นคนเป็นนาย พร้อมกับค้อมศีรษะทักทาย จอมทัพรีบพยุงตัวเองออกจากวงแขนที่ประคองตนไว้ แล้วไปยืนใกล้ๆ มาโนชกับกำปอ ก้มหน้างุด ไม่กล้ามองหน้าหรือสบสายตา เก็บซ่อนความหวาดหวั่น ด้วยไม่คิดว่าจะเจอเจ้าของไร่แบบไม่ทันตั้งตัว
“ใคร” สายตาคู่คมมองชายหนุ่มร่างเล็กที่ไม่คุ้นตาเอาเสียเลย เพียงคำเดียวก็รู้สึกได้ถึงความมีอำนาจ
“มาขอสมัครเป็นคนงานครับ แต่ผมไม่ได้รับไว้” กำปอเป็นคนตอบ
“ชื่ออะไร” เสี้ยวหน้าที่ได้เห็น ทำให้ศิราอยากเห็นใบหน้าของชายหนุ่มร่างเล็กแบบเต็มๆ
“อ้าวเฮ้ย นายศิราถามก็ตอบสิ” มาโนชใช้ศอกกระทุ้งให้คนที่เอาแต่ก้มหน้าตอบคำถาม
“จะ...จอมครับ จอมทัพ” จอมทัพละล่ำละลัก ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา จึงทำให้ได้เห็นใบหน้าเจ้าของไร่จันทรัชรุ่นที่สองเต็มตา ใบหน้าของคนตรงหน้าหล่อคมสันไม่ได้แตกต่างไปจากรูปที่เคยเห็นจากการสืบค้นประวัติไร่จันทรัช
“ติดอ่างซะงั้น” มาโนชว่า
ศิราจำได้ในทันทีว่าคนตรงหน้าคือบาริสต้าสาว และเป็นคนเดียวกับที่เขาเคยช่วยชีวิตไว้เมื่อสองปีก่อน แค่ทรงผมที่เปลี่ยนไป ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกแตกต่าง ต่อให้เห็นเพียงครึ่งหน้า เขาก็จำเธอได้
หรือจะเป็นฝาแฝด นั่นคือเศษเสี้ยวในความคิด แต่สุดท้ายแล้วศิราก็เลือกจะเชื่อในความรู้สึกแรก แล้วเหตุผลใดที่เธอต้องปลอมตัวเป็นผู้ชายมาสมัครเป็นคนงานที่ไร่จันทรัช หรือเธอเป็นคนของไร่จันทร์ผา แล้วเธอมีความเกี่ยวข้องอะไรกับไร่จันทร์ผา มีคำถามมากมายผุดขึ้นในหัว และเขาก็ต้องรู้ให้ได้
ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่มีใครสามารถอ่านความคิดของศิราได้ คิ้วหนาที่ขมวดเข้าหากันเพิ่มความน่าเกรงขามดุดัน และทำให้มาโนชคิดไปเองว่าคนเป็นนายกำลังไม่พอใจเป็นอย่างมาก
“ไปได้แล้ว นายศิราไม่รับหรอก”
“แต่นายศิรายังไม่ได้พูดเลยนะว่าไม่รับผม” จอมทัพยังคงมีความหวัง หากถูกปฏิเสธจริงๆ ให้กอดขาขอร้องอ้อนวอนก็ต้องทำ
“นายศิราไม่พูดก็แสดงว่าไม่รับไง”
“พร้อมเริ่มงานเมื่อไร” คำถามของศิราทำให้ทุกคนตะลึงงัน มาโนชกับกำปอแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“ผมพร้อมเริ่มงานทันทีครับ” จอมทัพลิงโลด แต่ก็สงวนท่าทีไว้
“นายจะรับไอ้หมอนี่มาทำงานที่ไร่เหรอครับ ตัวกระเปี๊ยกแบบนี้จะไปทำอะไรได้ครับ” มาโนชถามเพื่อความแน่ใจ
“ผู้ช่วยฉันไง”
“ผู้ช่วยนาย? แล้วผมล่ะครับ” มาโนชงะงักงันนิ่งอึ้งกับคำตอบผู้เป็นนาย หากให้จอมทัพมาเป็นผู้ช่วย แล้วตัวเขาที่ทำหน้าที่นี้อยู่ล่ะ...
“ในเมื่อพร้อมเริ่มงาน ก็เริ่มงานได้เลย รู้ใช่ไหม ว่าเป็นคนงานที่นี่ ก็ต้องพักที่นี่” ศิราไม่ตอบคำถามของมาโนช ที่ตอนนี้เหมือนคนสติหลุด จู่ๆ เจ้านายก็รับคนอื่นมาทำหน้าที่ของตน
“รู้ครับ ที่นี่จะมีบ้านพักสำหรับคนงาน แล้วให้ผมพักกับใครครับ” แม้จะแปลกใจที่เจ้าของไร่รับตนเข้าทำงานอย่างง่ายดาย แต่ก็โล่งใจในขณะเดียวกัน ที่แผนการล้วงข้อมูลไร่จันทรัชก้าวหน้าไปหนึ่งขั้น
“เป็นผู้ช่วยของฉัน ก็ต้องพักกับฉัน น้ากำปอจัดการทำประวัติ เสร็จแล้วพาไปที่เรือนไม้สักริมน้ำตก” ทุกคนในที่นี่แปลกใจยิ่งขึ้นไปอีก ปกติแล้วเจ้านายหนุ่มจะไม่ให้คนงานเข้าไปยุ่มย่ามที่เรือนไม้สักริมน้ำตก ซึ่งเป็นทั้งที่ทำงานและที่พัก ยิ่งให้นอนค้างแรมยิ่งไม่มีทางเป็นไปได้ มาโนชยังเข้าไปทำงานได้เป็นครั้งคราว แต่กับให้จอมทัพไปพักที่นั่น
“ครับนาย” กำปอรับคำเจ้านายหนุ่มที่เดินจากไปหลังจากสั่งการจบ ส่วนมาโนชสติยังคงไม่กลับมา คิดว่าตัวเองต้องตกงานเป็นแน่
